Asia EnwastExpo 2026

ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม กติกาการค้าโลก และเป้าหมายคาร์บอนต่ำ งาน Asia EnwastExpo 2026 ถูกยกให้เป็นเวทีสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวระดับภูมิภาคเอเชีย โดยรวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียจากกว่า 200 หน่วยงานชั้นนำ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงโซลูชันที่ช่วยยกระดับการผลิต ลดต้นทุนด้านพลังงานและการจัดการของเสีย พร้อมอัปเดตทิศทางนโยบาย มาตรฐาน และแนวโน้มอุตสาหกรรมสีเขียวที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจ ควบคู่การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) ขนทัพนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 200 หน่วยงาน ชูขับเคลื่อนไทยเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวระดับภูมิภาคเอเชีย

สุรพงศ์  นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน Asia Environmental and Waste Management Expo 2026 (Asia EnwastExpo 2026) ประจำปี 2569 ครั้งที่3 จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระหว่างวันที่ 4–6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคาร 5 – 6 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สุรพงศ์  นำชัยรุจิพงศ์

สุรพงศ์  นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม  กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ การยกระดับด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน  และในการจัดการกากอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรมโดย   ท่านธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะผลักดันอุตสาหกรรม ได้แก่

  1. ภาคอุตสาหกรรมคือกลไกหลักในการสร้างงานและแข่งขัน โดยภาคอุตสาหกรรมต้องเป็นแกนสำคัญในสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และต้องสอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล และพลังงานสะอาด
  2. การควบคุมมิให้เกิด โรงงานเถื่อน และการจัดการของเสียอันตราย โดยมุ่งเน้นการจัดการโรงงานรีไซเคิลที่ ผิดกฎหมายและโรงงานการจัดการของเสียที่ไม่มีมาตรฐาน โดยมุ่งเน้นการเตรียมกฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน
  3. การส่งเสริมและสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ต่าง ๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ (เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ พลังสะอาด) รวมไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมหมุนเวียน หรือ Circular Economy และการจัดการของเสียทันสมัย โดยมีเป้าหมายคือผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิต ที่มีมาตรฐานสูงในภูมิภาคเอเชีย
  4. การส่งเสริม SMEs และสร้างทักษะชุมชน โดยกระทรวงมีการผลักดันโครงการอบรมและพัฒนาอาชีพเพื่อเสริมรายได้และความสามารถในชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน

กระทรวงอุตสาหกรรม จะส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางระบบดูแล ควบคุม และกำจัดของเสียในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน การใช้พลังงานทางเลือก   สู่การเป็นอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ (Bio-Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry) ในลำดับต่อไป

ดร.ชนะ ภูมี

ดร.ชนะ ภูมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมไทยพัฒนาไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการยกระดับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้เป็น “ศูนย์กลางองค์ความรู้” หรือ Knowledge Hub ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียของประเทศ

สภาอุตสาหกรรมฯ ให้ความสำคัญกับการผลักดันแนวทางการลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ การรีไซเคิล และการแปรรูปของเสียให้เกิดมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎหมายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ธนาธร ตรงสิทธิวิทู

ธนาธร ตรงสิทธิวิทู ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อมได้พัฒนาและยกระดับการจัดงานทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อขึ้นสู่ระดับเอเชีย ภายใต้ชื่อ Asia Environmental and Waste Management Expo 2026 (Asia EnwastExpo 2026)  โดยมีแนวคิด “Empowering Asia’s Green Future – ขับเคลื่อนเอเชีย สู่เศรษฐกิจสีเขียว” งานนี้เป็นเวทีระดับภูมิภาค สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน พลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสีเขียว ระบบจัดการของเสียครบวงจร ไปจนถึงแนวทางการปรับตัวของอุตสาหกรรมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายในงานมีองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 ราย เข้าร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม พลังงาน ชุมชน และภาคบริการ นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาทางวิชาการ โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

Asia EnwastExpo 2026

ไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรม Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงกับพันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน จัดโซนพิเศษสำหรับภาคครัวเรือนและผู้บริโภคทั่วไป เพื่อให้เจ้าของบ้านและผู้สนใจได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมที่เริ่มต้นจากระดับครัวเรือนไปสู่ระดับประเทศ

Asia EnwastExpo 2026

ธนาธร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน Asia EnwastExpo 2026 เป็นงานแสดงเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสีย และยังเป็นเวทีความร่วมมือที่สำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาควิชาการ และพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว