
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แสดงความเป็นห่วงต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลไม่เร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ประเทศอาจเข้าสู่ภาวะ “อัมพฤกษ์ทางเศรษฐกิจ” หรืออยู่ในสภาพขยับตัวไม่ได้ โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นไม่ได้หมายถึงการล้มของระบบเดิมทั้งหมด แต่คือการสร้างกลไกใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อพาประเทศเดินหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

ในงาน “iBusiness Forum : Thailand Future Signal 2026 จับสัญญาณอนาคต ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย” ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังปี 2000 โลกได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ยุคไร้พรมแดน และเกิดการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังจัดทิศทางนโยบายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “จุดสนใจของนักลงทุนทั่วโลก” ทั้งด้านการค้าและการลงทุน หอการค้าไทยมองว่า ไทยควรวางตัว “เป็นกลาง” ไม่ขัดแย้งกับฝ่ายใด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและเปิดกว้างต่อการลงทุนจากทุกภูมิภาค ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือ “การเคลื่อนย้ายเงินทุน” ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าประเทศไทยได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด
หอการค้าไทยได้ร่วมมือกับภาครัฐในการจัดระเบียบสินค้าและการลงทุนจากจีน เพื่อแก้ปัญหาสินค้าผิดระเบียบและลดผลกระทบจากการสวมสิทธิ์การส่งออก เช่น กรณีสินค้าโซลาร์รูฟที่ส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ
ตลอดจนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในไทยส่วนใหญ่ผ่านโครงการ EEC และ BOI ซึ่งมุ่งเน้นอุตสาหกรรมหลัก แต่ยังพบอุปสรรคด้านแรงงาน กฎระเบียบของหน่วยงานรัฐ เช่น การตรวจคนเข้าเมือง กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร รวมถึงความซับซ้อนของสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทำให้ต่างชาติไม่เข้าใจ ไทยจึงควรตั้ง “ศูนย์อำนวยความสะดวกการลงทุน” เพื่อสร้างความมั่นใจและเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทยในซัพพลายเชน
ในอนาคต อุตสาหกรรมไทยยังมีศักยภาพเติบโตในหลายสาขา เช่น สมาร์ทฟาร์มมิง อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล แต่สิ่งที่น่ากังวลคือภาค SMEs ที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้เท่าที่ควรต่อกระแสเศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืน หอการค้าไทยจึงเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้ SMEs เข้าสู่ซัพพลายเชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณากระบวนการออกกฎหมายอย่างรอบด้าน โดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงข้อมูลจากโซเชียลมีเดียหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะกฎหมายที่ไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของภาคธุรกิจอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประการต่อภาครัฐ เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในยุคทุนโลกเคลื่อนย้ายรวดเร็ว ได้แก่
- ส่งเสริมการร่วมลงทุนจากต่างประเทศกับเอกชนในไทย
- สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล
- ยกระดับทักษะแรงงาน ทั้งแรงงานใหม่และแรงงานเดิม
- ปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้เท่าทันสถานการณ์โลก
“รัฐบาลจะทำอะไรก็ตาม ขอให้รับฟังภาคเอกชนด้วย เพราะเอกชนคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนคือ “กุญแจสำคัญ” ในการนำพาเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากความชะงักงัน และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในเวทีเศรษฐกิจโลก ดร.พจน์ กล่าวปิดท้าย
