
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าปัจจุบันไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยราคาน้ำมันดีเซลโลกพุ่งสูงถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งรุนแรงกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนถึงเท่าตัว ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเกือบ 5 หมื่นล้านบาทและคาดว่าจะประคองสถานการณ์ได้อีกเพียง 2 เดือน กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อรักษาสภาพคล่องและป้องกันการกักตุน ควบคู่ไปกับการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ
สำหรับแนวทางแก้ไขเร่งด่วน ได้มีการหารือกับโรงกลั่นเพื่อดึงกำไรส่วนเกิน (Windfall) จากค่าการกลั่นที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติกลับมาชดเชยให้ประชาชน โดยจะใช้ค่าการกลั่นเฉลี่ย 5 ปีที่ 2.43 บาทเป็นเกณฑ์พิจารณา ซึ่งได้รับความร่วมมือเบื้องต้นจาก ปตท. และบางจาก โดยเตรียมสรุปตัวเลขและรูปแบบการช่วยเหลือในวันจันทร์นี้ ทั้งนี้ปลัดพลังงานย้ำว่าในภาวะวิกฤตที่หนักหน่วงเช่นนี้ ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และโรงกลั่นต้องร่วมมือกันเพื่อหาจุดสมดุลและช่วยเหลือคนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
