ดร.พุทธิพันธ์ หิรัณยตระกูล

สัมมนาสาธารณะประจำปี 2568 “Reimagining Thailand’s Development Model: ก้าวข้ามโลกเก่า ด้วยโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ” ทีดีอาร์ไอชี้ถึงข้อจำกัดของนโยบายอุตสาหกรรมและนโยบายการค้า การลงทุนแบบเดิมที่ไม่สามารถผลักดันการเติบโตคุณภาพให้เศรษฐกิจไทยได้ พร้อมเสนอแนวทางออกแบบโมเดลใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายประโยชน์สู่คนไทยอย่างแท้จริง ทั้งผ่านการยกเครื่องเป้าหมาย เครื่องมือ และกระบวนการนโยบายอุตสาหกรรม ตลอดจนการปฏิรูประบบภาษี เปิดเสรีบริการ และตั้งรับการแข่งขันการค้าที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างมีศักยภาพ

ดร.พุทธิพันธ์ หิรัณยตระกูล และ ดร.นพรุจ จินดาสมบัติเจริญ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ กล่าวในหัวข้อ “การสร้างนโยบายอุตสาหกรรมใหม่เพื่อสร้างการเติบโต”  ว่า นโยบายอุตสาหกรรมของไทยแม้จะดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติได้จำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้เท่าที่ควร สะท้อนข้อจำกัดของนโยบายแบบเก่าที่มุ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงดูดเงินทุน มากกว่าการลงทุนพัฒนาคน ผลก็คือผลประโยชน์จากการลงทุนตกไปไม่ถึงคนไทยในวงกว้างอย่างที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันมาตรการภาษีเริ่มได้ผลน้อยลงในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป

ดร.นพรุจ จินดาสมบัติเจริญ

ดังนั้น โจทย์สำคัญของนโยบายอุตสาหกรรมยุคใหม่ จึงอยู่ที่การออกแบบมาตรการสนับสนุนรูปแบบใหม่ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ และทำให้คนไทยได้รับประโยชน์มากขึ้นจากกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ โดยนโยบายใหม่นี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทั้ง เป้าหมาย เครื่องมือ และกระบวนการ ในส่วนเป้าหมายนั้น ต้องเปลี่ยนจากการเน้นตัวเลขเชิงปริมาณ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่คนไทย ด้วยการสร้างงานที่ดี ส่วนเครื่องมือ จะต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมและตอบโจทย์เฉพาะของอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ในด้านกระบวนการ จะต้องมีการประเมินความคุ้มค่าของนโยบายอย่างเข้มข้น มีการติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงนโยบายอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีกระบวนการที่บูรณาการระหว่างรัฐกับรัฐ และรัฐกับเอกชน ทั้งหมดนี้เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกการสนับสนุนจากภาครัฐจะนำไปสู่การยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง

ห่วงนโยบายการค้า-การลงทุน ไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยโต ชี้โครงสร้างภาษีลักลั่น ไม่สร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทย ในขณะที่โควตานำเข้าสร้างปัญหามาก แนะปรับโครงสร้างภาษี เปิดเสรีการลงทุน เร่งรับมือการค้าที่ไม่เป็นธรรม และรุกเปิดตลาดส่งออกใหม่

เนวิน สินสิริ ที่ปรึกษาด้านภูมิเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ

กำหนดนโยบายการค้า-การลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโต

เนวิน สินสิริ ที่ปรึกษาด้านภูมิเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะโครงสร้างภาษีนำเข้าที่ปัจจุบันไม่ได้สร้างแต้มต่อให้กับการผลิตในประเทศเหมือนอดีต แต่กลับทำให้ผู้ผลิตไทยเสียเปรียบด้านต้นทุน เช่น ผู้ผลิตสินค้าในประเทศต้องเสียภาษีนำวัตถุดิบ และชิ้นส่วนที่สูงกว่าอัตราภาษีของสินค้าสำเร็จรูป

นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดทางการค้าภาคบริการสูงเป็นอันดับ 4 จาก 51 ประเทศตามการประเมินของโออีซีดี ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งการทำให้ธุรกิจบริการหลายอย่างไม่เกิดการแข่งขัน เช่น โทรคมนาคม นอกจากนี้บริการหลายอย่างก็เกิดการลงทุนผ่านใช้นอมินี ซึ่งขาดความรับผิดชอบและทำให้ตรวจสอบได้ยาก ขณะเดียวกันไทยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก เช่น มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้นของประเทศคู่ค้า และการทะลักเข้าของสินค้าคุณภาพต่ำราคาถูก

เนวิน สินสิริ ที่ปรึกษาด้านภูมิเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ  2

ทั้งนี้ ทีดีอาร์ไอได้เสนอให้ ปรับนโยบายการค้าการลงทุนมุ่งสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ โดยเน้นสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ยกระดับมาตรฐานภาคการผลิต และเปิดเสรีในการลงทุน เช่น อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นในสาขาบริการได้เกิน 50% เปิดให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน ซึ่งจะทำให้เกิดการถ่ายทอดความรู้และทักษะแก่คนไทย พร้อมกันนี้ยังต้องปรับโครงสร้างทางภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การปรับภาษีนำเข้าให้เท่าเทียมระหว่างคู่ค้าหลัก และระหว่างวัตถุดิบกับสินค้าสำเร็จรูป ยกเลิกโควตานำเข้าที่เป็นปัญหาต่อการผลิตของผู้ประกอบการในประเทศ ในอีกด้านหนึ่งภาครัฐจะต้องเข้มงวดกับมาตรการรับมือการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทั้งการกำกับการผูกขาด การป้องกันสินค้าและบริการคุณภาพต่ำ ตลอดจนตอบโต้การทุ่มตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันควรเปิดตลาดส่งออกใหม่ผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) พร้อมวางกลไกรองรับการเปลี่ยนผ่าน เช่น มีกลไกชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี และช่วยธุรกิจรายเล็กและแรงงานในการปรับตัว