
ท่ามกลางความผันผวนของธรรมชาติและรายได้จากอาชีพดั้งเดิมของชุมชนเล็ก ๆ ริมเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านได้ลุกขึ้นมาสร้างทางรอดใหม่ด้วยพลังของคนในชุมชน นำทรัพยากรใกล้ตัวอย่างปลาในเขื่อน มาต่อยอดองค์ความรู้ท้องถิ่น สู่การแปรรูปเป็นสินค้าคุณภาพ ภายใต้วิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ถือเป็นตัวอย่าง SMEs ไทย ที่เติบโตบนฐานทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผสานการสนับสนุนจากภาครัฐ จนกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

บ้านห้วยบง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ชุมชนเล็ก ๆ ที่ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ แหล่งรวมปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ต่อมาปี พ.ศ. 2546 ต่อมาได้มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของชุมชนที่มีปลาอยู่ในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก จึงเข้ามายกระดับภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้าน แทนที่จะทำปลาแห้งซึ่งมีขั้นตอนเยอะ โดยเลือกที่จะสนับสนุนการทำ “ปลาส้ม” ที่ชาวบ้านมีความรู้พื้นฐานอยู่แล้ว มีการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคนิคการแปรรูปที่ถูกหลักอนามัยและได้มาตรฐาน ทำให้ปลาส้มที่เคยทำกินในครัวเรือนถูกยกระดับสู่สินค้าคุณภาพ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “วิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง”

หนูเพียร เมฆวัน เลขานุการวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง กล่าวว่า จุดเริ่มต้นวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบงเดิมสมาชิกมีเพียง 10 คน เริ่มต้นจากการทำ “ส้มปลาตอง” นำมาห่อขายในราคาไม่แพง และได้มีการพัฒนาสู่การทำ “ส้มปลาตะเพียน” อีกทั้งยังได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากอดีตที่ใช้กล่องโฟม เปลี่ยนมาเป็น “ใบตอง” มาพันปลาส้มแทน เป็นที่มาของชื่อ “ปลาส้มสายเดี่ยว” ของ “กลุ่มแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ตรา ๑ เดียว” ซึ่งใบตองที่ใช้นั้นก็มาจากต้นกล้วยที่ปลูกในชุมชนนั่นเอง เป็นการรักษ์โลกและสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
ปัจจุบัน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็น ปลาส้มสายเดี่ยว, ส้มปลาตอง, ส้มปลาตะเพียน, ส้มปลาสวาย, ส้มไข่ปลา, ส้มไส้ปลา, สวายแดดเดียว, น้ำพริกปลาส้ม, ส้มปลานิล และยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ปลาแผ่นทอดกรอบ” เพื่อขยายตลาดเพิ่มขึ้นอีก
หนูเพียรฯ กล่าวต่อว่า แม้จะตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง ด้วยรสชาติและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย เช่น วางขายตลาดออนไลน์ Facebook , ฝากขายตามหน่วยงานในอำเภอ ในจังหวัด และออกงานสินค้าชุมชน OTOP ที่มีเครื่องหมาย อย.ตลอดจนมีการันตีด้วยรางวัลมากมาย ทำให้มีลูกค้าประจำที่เหนียวแน่นและลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ

ความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบงแห่งนี้ ไม่ได้มาจากแค่การแปรรูป แต่มาจากรากฐานที่มั่นคงในเรื่องวัตถุดิบและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กฟผ. เองก็ไม่ได้แค่สนับสนุนการผลิต แต่ยังมุ่งเน้นการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนปลาในพื้นที่เขื่อนอย่างยั่งยืน โดยการ “ปล่อยปลาอย่างมีระบบควบคู่กับการรักษาพื้นที่อนุรักษ์” รวมถึงการให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกเรื่อง การจับปลาให้ถูกเวลาและถูกวิธี อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ซึ่งผลที่ได้ทำให้จำนวนปลาในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการปล่อยปลาเพิ่มเติม นับเป็นการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม จากปลาที่เคยเป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ ชาวบบ้านบ้านห้วยบง ได้พิสูจน์แล้วว่า การได้รับองค์ความรู้ ผสานกับความร่วมมือ และความเชื่อมั่นในพลังของคนในชุมชน ก็สามารถเปลี่ยนทรัพยากรธรรมดา ๆ ยกระดับภาค SMEs ท้องถิ่นให้กลายเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชีวิตได้อย่างมั่นคง



