
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดเวทีประชุมระดมความคิดเห็น “บทบาทการดำเนินงานของ วว. ในอนาคต” เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางงานวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของประเทศและโลก พร้อมวางแผนพัฒนาภายใต้แผนวิสาหกิจ พ.ศ. 2569–2573 โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากหน่วยงานกำกับดูแล พันธมิตร ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน สังคม และสื่อมวลชน เพื่อผลักดันให้ วว. เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ เสริมศักยภาพเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการ วว. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ระดมมุมมองและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อทบทวนวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology Roadmap) ให้สามารถรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่การสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการ วว. กล่าวว่า อว. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในด้านการพัฒนากำลังคน และการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อีกทั้งดำเนินงานตามนโยบาย Quick Big Win ของ อว. ประกอบด้วย 1) Upskill-Reskill พลิกโฉมแรงงานไทย สู่ตลาดงานยุคใหม่ 2) โดรนคนละครึ่ง เกษตรกรสุขใจ สู่ Smart Farming ลดสัมผัสสารเคมี เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ลดเวลา 3) ฟรี! TCAS TGAT TPAT สร้างความเสมอภาค ลดภาระค่าใช้จ่าย 4) ทุนการศึกษาเท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำ 7,900 ทุน 5) ทุนเฉพาะทางสร้างกำลังคน “สายพันธุ์ใหม่รับอนาคต” 2,800 ทุน ระดับปริญญาตรี-เอก 6) ปี 2570 อุดมศึกษาไร้รอยต่อ ด้วย Credit Bank 7) ก้าวแรก “มหาลัยสีเขียว” เริ่มต้นที่นี่ 8) วิทย์พิชิตภัย และ 9.) วิจัยติดดิน นวัตกรรมยกระดับ โดยทุกหน่วยงานในกระทรวง อว. ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงาน วิจัย จะนำนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติ ซึ่ง วว. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“ อว. มอบหมายให้ วว. เป็นหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนสร้างมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน และประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมให้ วว. มีบทบาทสร้างเยาวชนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ที่มีความรู้ด้านธุรกิจควบคู่กันไป เพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทย การรับฟังความคิดเห็นของทุกท่านจากการประชุมระดมความคิดในครั้งนี้ จะนำไปสู่การกำหนดบทบาทการดำเนินงานของ วว. ในอนาคต ที่มีความชัดเจน สามารถเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ และสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของประเทศต่อไป” ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล กล่าว
อนึ่ง วว. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวง อว. มีคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) เป็นผู้กำกับทิศทางการดำเนินงาน โดยมีนโยบายของ กวท. ดังนี้ 1) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพของประเทศ 2) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาภัยธรรมชาติ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ 3) เร่งการพัฒนาบริการวิเคราะห์ทดสอบมูลค่าสูงที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อลดการส่งวิเคราะห์ทดสอบต่างประเทศของผู้ประกอบการ SMEs 4) ขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ (Intelligence Organization) ที่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า สามารถปรับตัว เพื่อสร้างความสามารถที่มีเอกลักษณ์ในการแข่งขันและสร้างคุณค่า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
วว. นำนโยบายสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนวิสาหกิจ พ.ศ. 2569-2573 ที่เป็นรูปธรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพขององค์กร โดยการปรับโครงสร้างในการจัดตั้ง “ศูนย์บริหารการลงทุน” เพื่อการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยมียุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม เตรียมความพร้อมรองรับการทำงานเชิงพาณิชย์ ขับเคลื่อนงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ตลอดจนการมุ่งสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะต่อไป

ผศ.ดร. วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า บทบาทภารกิจและการดำเนินงาน ในฐานะของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีบทบาทในการวิจัยและพัฒนา ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการผลักดันให้มีการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และภาคอุตสาหกรรม โดยได้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้มอบหมายให้ วว. เป็นหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนสร้างมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน และประเทศชาติ
“ วว. ได้ดำเนินการตามนโยบายคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และนโยบายของรัฐบาล โดยมีโครงการ Quick Win ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่เร่งดำเนินการ ได้แก่ 1) ด้านวิทย์พิชัยภัย มุ่งแก้ปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืน ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิโครงการหลวง กรมพัฒนาที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และการจัดทำข้อมูลให้เกษตรกรใช้ทำเกษตรแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และอากาศยานไร้คนขับ 2) ด้านวิทย์ติดดินนวัตกรรมยกระดับ มุ่งนำงานวิจัยพัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-สังคมในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ผศ.ดร. วีรชัย ฯ กล่าวสรุป

สำหรับมุมมองและข้อเสนอแนะในบรรยากาศการประชุมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ซึ่งร่วมสะท้อนความคิดเห็นเพื่อทบทวนวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และทิศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แสดงความคิดเห็นผ่านกระดานบอร์ด สะท้อนความต้องการและความคาดหวังในหลายมิติ ดังนี้
ในด้านความต้องการ ผู้ร่วมแสดงความเห็นจำนวนมากให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการอย่างเร่งด่วน โดยเสนอให้ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจประเมินให้กระชับและรวดเร็วขึ้นในรูปแบบ fast track รวมถึงผลักดันการทำงานเชิงรุกระหว่าง วว. อุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การสนับสนุนเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้เพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อรองรับภารกิจที่ขยายตัว และสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานในอนาคต อีกทั้งยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการเปิดช่องทางให้ประชาชนในภูมิภาคเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนักวิจัยได้อย่างสะดวกมากขึ้น โดยเชื่อมโยงศูนย์ความรู้ระดับภูมิภาคกับเทคโนโลยีขั้นสูงส่วนกลางอย่างมีประสิทธิผล
ในด้านความคาดหวัง ผู้เข้าร่วมประชุมมองว่า วว. นั้นควรมีบทบาทเชื่อมโยงระบบนิเวศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การตลาด ลิขสิทธิ์ หรือข้อกำกับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการสนับสนุนที่ครบวงจรในจุดเดียว พร้อมกันนี้ยังคาดหวังให้ วว. บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อเสริมประสบการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน

นอกจากนี้ ภาค SME ยังต้องการเห็นการเชื่อมโยงและส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์บริการต่าง ๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง ตลอดจนคาดหวังให้ วว. พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต เช่น เกษตรอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด โดยประสานความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน






