สวัสดีท่านผู้อ่านและสมาชิกทุกท่าน
ท่ามกลางปัญหาขยะล้นกรุงเทพฯ มากกว่า 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็น “ขยะผสม” ที่ไม่ถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง ทำให้กระบวนการกำจัดยุ่งยาก สิ้นเปลืองงบประมาณโดยกรุงเทพมหานครต้องใช้งบประมาณมากกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญคือกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ดังนั้น กรุงเทพมหานคร จึงเกิดแนวคิดที่จะจัดการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนกรุงให้แยกขยะอย่างเป็นระบบ โดยมอบแรงจูงใจทางเศรษฐกิจผ่านการลดค่าธรรมเนียมเก็บขยะจากเดือนละ 60 บาท เหลือเพียง 20 บาท แม้ว่าจำนวนเงินที่ลดจะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยกระตุ้นให้คนกรุงมีวินัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เฉกเช่นประเทศในสหภาพยุโรปที่มีแนวคิดด้านนี้มานาน
โครงการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมา โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY หรือเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่ที่ถือเครื่องเก็บค่าธรรมเนียม (Handheld) หรือที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะของสำนักงานเขต

สำหรับระบบลงทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบเดี่ยว สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน และแบบกลุ่ม สำหรับหมู่บ้านจัดสรร อาคารชุด หรือชุมชนที่มีนิติบุคคล ซึ่งมีขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวันต่อหลังหรือห้อง
ล่าสุดมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) แบ่งเป็นลงทะเบียนแบบเดี่ยว ประเภทบ้านพักอาศัย 333,911 หลังคาเรือน และ ลงทะเบียนแบบกลุ่ม ประเภทคอนโดมิเนียม ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครตั้งเป้าลดขยะฝังกลบอย่างน้อย 1,000 ตันต่อวัน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า วันละ 2 ล้านบาท

ปฐมบทแห่งการเดินทางครั้งใหม่ในปี 2568 เว็บไซต์ SmartSMEs Thailand พร้อมทำหน้าที่เป็น“สื่อกลางแห่งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจ” เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาแบบบูรณาการ ทั้งด้าน Go Green, Digital Transformation, IoT & AI รวมถึงภาคอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ยานยนต์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม นวัตกรรมอาหาร การท่องเที่ยว โรงแรม ตลอดจนการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
พร้อมถ่ายทอดมุมมองจากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อส่งต่อแนวคิด วิสัยทัศน์ และแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Green Market) โดยเริ่มจาก“จับตาการค้าโลก “ป่วน” ภูมิอากาศ “เปลี่ยน” แผนพลังงานไทย “ปรับ” ยกระดับความมั่นคงทางพลังงาน ผ่านนโยบาย Quick Big Win” , สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนนโยบายไม่เทรวมของกทม. แนะคนกรุงสร้างวินัยร่วมจัดการขยะอย่างยั่งยืน”,“ ภาคธุรกิจไทยรวมพลังขับเคลื่อน “ความหลากหลายทางชีวภาพ” สู่วิถีองค์กรยั่งยืน มุ่งลดการปล่อยคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero ” และคอลัมน์อื่นๆ ที่น่าสนใจครับ
และในช่วงวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2568 นี้ จะมีอีกหนึ่งเวทีสำคัญระดับนานาชาติด้านพลังงานไฟฟ้าที่น่าติดตาม คือ IEEE PES GTD Asia 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้หัวข้อหลัก “เร่งปรับเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน – อนาคตพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้สนใจด้านพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต ส่ง และจำหน่ายไฟฟ้า ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทรนด์พลังงานแห่งอนาคตไปพร้อมกัน
ท่านใดอยู่ในแวดวงนี้ เชิญมาร่วมอัปเดตเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆด้านพลังงานได้ครับ
กิตติ วิสุทธิรัตนกุล กองบรรณาธิการอำนวยการ SmartSMEsThailand
